แมนเชสเตอร์ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะเรอัลมาดริด 2 ต่อ 1 ในยูฟ่าฤดูกาลนี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 8 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2019 ถึง 2020 ในการเเข่งขันรอบชิงชนะเลิศ 1/8 รอบชิงชนะเลิศ 1 ในการเเข่งขันที่เน้นเป้าหมายเปิดตัวที่สนามกีฬาเอทิฮัด แมนเชสเตอร์ซิตี้ ทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีกเล่นกับยักษ์ใหญ่ของลาลีกา ในครึ่งแรก วารานพลาดการทำประตูในครั้งนี้ เจซุสช่วยสเตอร์ลิงเปิดสกอร์ เบนเซม่าทำคะแนนเท่ากัน ในครึ่งหลัง วารานทำพลาดอีกครั้ง เจซุสยิ้มยิงประตู จบเกมนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ชนะ 2 ต่อ 1 ฯ

พวกเขาเอาชนะเรอัลมาดริดด้วยคะแนนรวม 4 ต่อ 2 ใน 2 รอบเพื่อผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ในประวัติศาสตร์ของแชมเปียนส์ลีก 2 ฝ่ายได้เล่นกันเอง 5 ครั้ง แมนเชสเตอร์ซิตี้มีสถิติชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2 ในฤดูกาล 2012 ถึง 2013 เพราะ 2 ทีมพบกันในรอบแบ่งกลุ่มแชมเปียนส์ลีก

แมนเชสเตอร์ซิตี้แพ้ 2 ต่อ 3 ครั้งแรก หลังจากนั้นทีมเสมอ 1 ต่อ 1 ที่บ้านกับเรอัลมาดริด ในฤดูกาล 2015 ถึง 2016 โดย 2 ทีมพบกันในรอบรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยเสมอ 1 แพ้ 1 ในฤดูกาลนี้

นักเตะแมนซิตี้ ถูกเอาชนะโดยเรอัลมาดริด ในรอบชิงชนะเลิศ 1/8 ของแชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลนี้ 2 ทีมได้พบกันอีกครั้ง ในการเผชิญหน้ารอบแรกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่เล่นนอกบ้าน โดยพลิกกลับเรอัลมาดริด 2 ต่อ 1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้แพ้เพียง 2 จาก 9 เกมเหย้าที่พบกับทีมจากสเปนในรายการยุโรป

เรอัลมาดริดชนะเพียง 6 จาก 16 เกมเยือนอังกฤษ ในแคมเปญนี้ โดยสำหรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เดอบรอยน์เป็นผู้นำรายชื่อผู้เล่นตัวจริง เมนดี้ถูกระงับการเเข่งขันเกมนี้ โดยสำหรับเรอัลมาดริด

รามอสก็ถูกระงับเช่นกัน อาซาร์ลงเล่นด้วยเบนเซม่า โรดริโก้ 2 คนก่อนเกม โดยจะมีการเงียบไว้ชั่วครู่ เพื่อต้องการไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากโรคระบาดครั้งใหม่ ในนาทีที่ 8 เรอัลมาดริดจ่ายบอลต่อเนื่องในแดนหลัง

วารานยิงพลาดในการป้องกันบอล เฆซุสเตะข้ามเขตโทษทันที สเตอร์ลิงยิงเข้าประตูอย่างง่ายดาย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ขึ้นนำ 1 ต่อ 0 เพราะเป็นประตูที่ 20 ในแชมเปี้ยนส์ลีกของสเตอร์ลิงในอาชีพค้าแข้งของเขา หรือเป็นประตูที่ 100 ของเขาในทุกรายการ

ทีมแมนซิตี้ นำเรอัลมาดริดด้วยสกอร์รวม 3 ต่อ 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ทีมแมนซิตี้ ในนาทีที่ 11 เดอบรอยน์จ่ายบอลตรงๆ โฟเด้นได้บอลจากแดนหน้าเขตโทษ เขาเตะเข้าประตูเเต่ถูกสกัดกั้น ในนาทีที่ 21 อาซาร์เเย่งบอลในแดนกลาง เบนเซม่าหันหลังวอลเลย์ด้วยเท้าขวาของเขาจากหน้าเขตโทษ

เอ็ดสันบินไปเซฟบอลได้อย่างยอดเยี่ยม ในนาทีที่ 28 เบนเซม่า โรดริโก้ 2 คนจ่ายบอลต่อเนื่อง โดยฝ่ายหลังจ่ายบอลใกล้แนวรับ เบนเซม่าพุ่งไปเเดนหน้ายิงเข้าประตู เรอัลมาดริดตีเสมอ 1 ต่อ 1 ประตูที่ 65 ของแชมเปี้ยนส์ลีก

ในอาชีพแข่งบอลของเบนเซมา เขายังแซงหน้าเลวานดอฟสกี้ โดยรั้งอันดับที่ 4 ในประวัติศาสตร์ของแชมเปี้ยนส์ลีก ในนาทีที่ 37 คันเซโล่ยิงจากเขตโทษด้านซ้าย เเต่ถูกกูร์ตัวส์เซฟไว้ได้ ในนาทีที่ 40 กูร์ตัวส์ทำพลาด เขาส่งบอลให้เดอบรอยน์โดยตรง ผู้เล่นกองหลังส่งบอลให้โฟเด้น โฟเด้นคว้าบอลจากหน้าเขตโทษแล้วหันกลับมายิงด้วยเท้าขวา ในนาทีที่ 44 โรดริโกจ่ายบอลจากทางขวาไปยังเขตโทษ เบนเซม่ายิงประตูด้วยเท้าขวาทันที เเต่ถูกเอแดร์สันเซฟได้ทันเวลา

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

หลังพักครึ่ง 2 ฝ่ายเสมอ 1 ต่อ 1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้นำเรอัลมาดริดชั่วคราวด้วยสกอร์รวม 3 ต่อ 2 ในครึ่งหลัง 2 ฝ่ายเปลี่ยนข้างเเข่งขันอีกครั้ง ในนาทีที่ 47 เดอบรอยน์จ่ายบอลตรงๆ ในตำแหน่งกองกลาง สเตอร์ลิงเสียบจากทางซ้ายเข้าเขตโทษพลาดประตู ในนาทีที่ 61 เรอัลมาดริดเป็นผู้นำในการปรับผู้เล่น อเซนซิโอลงสนามแทนโรดริโก ในนาทีที่ 65 เดอบรอยน์จ่ายบอลไปเเดนหน้า โฟเด้นได้บอลที่หน้าเขตโทษส่งให้เจซุส กองหลังรับบอลในเขตโทษแล้วยิงทันที

กูร์ตัวส์เซฟลูกบอลด้วยฝ่ามือ 2 ข้างออกนอกสนาม ในนาทีที่ 67 แมนเชสเตอร์ ซิตี้เปลี่ยนตัว แบร์นาร์โด้ซิลวาก็เข้ามาแทนที่โฟเดน ในนาทีที่ 68 สกอร์ในสนามถูกเขียนใหม่อีกครั้ง โรดรี้จ่ายบอลยาวจากแดนกลาง

วารานสกัดบอลพลาด เฆซุสหัวเเย่งบอลอีกครั้ง เขารีบส่งบอลเข้าประตูต่อหน้าคูร์ตัวส์ แมนฯซิตี้ นำอีกแล้ว 2 ต่อ 1 จบเกม แมนฯซิตี้ชนะ 2 ต่อ 1 ในบ้าน พวกเขาเอาชนะเรอัลมาดริดด้วยคะแนนรวม 4 ต่อ 2 ใน 2 รอบเพื่อผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ล่าสุด แจ้งข้อผิดพลาด 2 ครั้งของวาราน

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ล่าสุด ชนะ2 ต่อ 1 ในบ้านในรอบแรก เรอัลมาดริดได้รับการเลื่อนชั้นในรอบที่ 2 เมื่อ 2 ทีมย้ายไปที่เอทิฮัดสเตเดียมเพื่อเเข่งขันอีกครั้ง นักเตะทั้งหมดของเรอัลมาดริดมั่นใจมากเกี่ยวกับการคัมแบ็กเกมเยือนก่อนเกม วารานก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้แฟนๆ เรอัลมาดริดต้องแปลกใจก็คือ ทีมแมนซิตี้ ไม่ใช่คู่เเข่งที่เอาชนะในเกมนี้จริงๆ เรอัลมาดริดเสียประตูในตอนต้นของเกมนี้ วารานทำพลาดในช่วงเวลาวิกฤติในนาทีที่ 8 ของเกมครึ่งเเรก

เรอัลมาดริดจ่ายบอลต่อเนื่องในแดนหลัง ผู้รักษาประตูกูร์กตัวส์จ่ายบอลให้วาราน ในเวลานี้ วารานผู้ที่น่าจะเล่นบอลโดยตรงได้พาบอลไปทางซ้าย เขาจึงเปิดโอกาสให้เจซุส กองหน้าชาวบราซิลก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว วารานตอบสนองต้องการคว้าลูกบอล แต่นอกจากจะทำให้เจซุสสะดุดแล้วเ ขายังหยุดบอลไว้ไม่ได้อีก โดยสเตอร์ลิงเเย่งบอลเเล้วยิงทันที 1 ประตู กัปตันรามอสที่กำลังดูเกมบนอัฒจันทร์อยู่ก็ทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นฉากนี้ แล้วเขาก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว

โดยยืนขึ้นเชียร์เพื่อนร่วมทีมในสนาม เขามองไปในทิศทางของเพื่อนร่วมทีมตะโกนว่า ลุกขึ้น ลุกขึ้นเร็ว เราจะเห็นได้ว่าในฐานะกัปตันรามอส แม้ว่าเขาจะล้มเหลวในการสู้เคียงข้างกับเพื่อนร่วมทีมของเขา แต่ก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงบทบาทความเป็นผู้นำของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะเกมเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ทีมก็เสียประตูเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขามีความผิด ในนาทีที่ 68 ของเกม โรดรีจ่ายบอลยาวจากแดนกลางเพื่อโจมตี วารานกลับมาที่แนวรับสกัดกั้นเจซุส

จู่ๆ วารานที่ตัดสินบอลเข้าบอล เขาก็เลือกโหม่งบอลกลับกูร์กตัวส์ เมื่อเจอฝ่ายตรงข้ามกะทันหันนี้ เจซุสก็ไม่อยากปล่อยเลย เขายิงออกไปครึ่งทางก่อนกูร์ตัวส์จะเข้ามาเเย่งบอล เมื่อเห็นความผิดพลาดของวาราน ในการให้ประตูอีกครั้งด้วยสายตาของเขาเอง

รามอส ครั้ง 1 เคยสงบนิ่งไม่สามารถนั่งนิ่งๆ ได้อีกต่อไป ด้วยการแสดงออกที่ว่างเปล่า เรื่องนี้แฟนๆ เเละคนดูเห็นเข้าแล้วปวดใจ ความคิดเห็นของชาวแฟนบอลบนโซเชียล sportsboxing88 นั้นเฉียบคมมาก ผู้เล่นที่ดีที่สุดของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ในเกมนี้ รามอสถูกพักงาน เขาพลาดการแข่งขันอีก 2 นัด โดยแฟนบอลหลายคนกังวลเกี่ยวกับแนวรับของเรอัลมาดริด ในเรื่องนี้ วารานให้คำมั่นว่า เขาจะเอาชนะผลกระทบของการขาดงานของรามอส เมื่อเขาเข้าร่วมงานแถลงข่าวก่อนการแข่งขัน

เราทุกคนรู้ถึงความสำคัญของรามอส เขาเป็นผู้นำที่ขาดไม่ได้ แต่มีเพียง 1 เดียวเราแต่ละคนต้องมีส่วนร่วม ความแข็งแกร่งของ สโมสรแมนซิตี้ เมื่อดูจากผลงานแล้ว วารานก็ตบตัวเองอย่างช่วยไม่ได้ เขาพลาด 2 ครั้งติดต่อกัน